
หน้าที่และความเสี่ยงด้านความรับผิดของกรรมการบริษัทในประเทศไทย
บทสรุปสำหรับผู้บริหาร
รายงานฉบับนี้กล่าวถึงหน้าที่และความเสี่ยงด้านความรับผิดของ “Directors”/“กรรมการ” ในประเทศไทย สำหรับ (i) บริษัทจำกัด (“บริษัทจำกัด”; โดยทั่วไปคือบริษัทเอกชนจำกัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ของไทย), (ii) บริษัทมหาชนจำกัด (“บริษัทมหาชนจำกัด”) ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด และ (iii) บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งอยู่ภายใต้หน้าที่ตามกฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (Securities and Exchange Act – SEA) รวมถึงมาตรฐานด้านการเปิดเผยข้อมูลและธรรมาภิบาลของหน่วยงานกำกับดูแลเพิ่มเติม
เนื่องจากคำสั่งงานมิได้ระบุประเภทบริษัทโดยเฉพาะ รายงานนี้จึงแยกความแตกต่างในแต่ละกรณีให้ชัดเจน
แก่นของหน้าที่กรรมการตามกฎหมายในประเทศไทยมีลักษณะเป็นบทบัญญัติที่ชัดเจนและเป็นลายลักษณ์อักษร: สำหรับบริษัทจำกัด ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดมาตรฐานความระมัดระวัง “เสมือนพ่อค้าผู้รอบคอบ” และกำหนดหน้าที่ร่วมกัน เช่น การชำระค่าหุ้นตามมูลค่าที่แท้จริง การจัดทำบัญชีที่ถูกต้อง และการจ่ายเงินปันผลอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ตลอดจนข้อห้ามแข่งขันโดยมิได้รับความยินยอมจากผู้ถือหุ้น สำหรับบริษัทมหาชนจำกัด มาตรา 85 กำหนดให้กรรมการต้องกระทำการโดยชอบด้วยกฎหมาย เพื่อประโยชน์ของบริษัท “ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและความระมัดระวัง” และเปิดช่องให้มีการฟ้องร้องแทนบริษัท (derivative action) สำหรับบริษัทจดทะเบียน SEA มาตรา 89/7–89/12 กำหนดชุดหน้าที่ที่ขยายกว้างขึ้น (หน้าที่ความระมัดระวัง ความซื่อสัตย์ กฎความขัดแย้งทางผลประโยชน์ การควบคุมธุรกรรมที่เกี่ยวโยงกัน) และมีองค์ประกอบของหลัก Business Judgment Rule (Safe Harbor) อย่างชัดเจน
แกนความรับผิดที่พบได้บ่อย
- ความรับผิดทางแพ่งเพื่อชดใช้ค่าเสียหาย (บริษัทเป็นผู้ฟ้อง หรือผู้ถือหุ้นฟ้องแทนบริษัท; ในบางกรณีเจ้าหนี้สามารถใช้สิทธิแทนบริษัทได้บางส่วน)
- ความรับผิดทางอาญาสำหรับการกระทำผิดเฉพาะ (เช่น ภายใต้ SEA และกฎหมายเฉพาะอื่น ๆ ผ่านบทบัญญัติ “Representative”)
- มาตรการทางปกครอง/การกำกับดูแล (โดยเฉพาะในตลาดทุน)
รวมยอดเงินชำระแก่รัฐ: 696 ล้านบาท (ตามการรายงานสาธารณะใน FY 2567)
ในทางปฏิบัติ ระบบ Compliance และ Governance ที่มั่นคง (การบริหารความขัดแย้ง การจัดทำเอกสาร กระบวนการเปิดเผยข้อมูล ระบบควบคุมภายใน/บริหารความเสี่ยง และระบบเตือนภัยล่วงหน้าในภาวะวิกฤตหรือใกล้ล้มละลาย) เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการลดความเสี่ยง โดยเฉพาะสำหรับบริษัทจดทะเบียน ความสอดประสานกับข้อกำหนด One Report และคุณภาพการเปิดเผยข้อมูลมีความสำคัญอย่างยิ่ง
ขอบเขตการบังคับใช้และภูมิทัศน์ของกฎหมาย
ประเภทบริษัท (มิได้ระบุ → จำแนกความแตกต่าง)
- บริษัทจำกัด: ยึดประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หมวด “หุ้นส่วนและบริษัท” ซึ่งระบุว่าบริษัทที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล
- บริษัทมหาชนจำกัด: พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัดกำหนดโครงสร้างองค์กร หน้าที่กรรมการ และข้อห้ามบางประการ (เช่น การทำธุรกรรมกับตนเอง ความขัดแย้งทางผลประโยชน์)
- บริษัทจดทะเบียน: ต้องปฏิบัติตาม SEA ซึ่งกำหนดหน้าที่กรรมการและผู้บริหารโดยเฉพาะ (มาตรา 89/7 เป็นต้นไป) และบทลงโทษทางอาญา/ปรับ
หน่วยงานและการบังคับใช้ (โดยสรุป)
- กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD): รับผิดชอบงานทะเบียนบริษัทและการยื่นเอกสารบางประเภท
- สำนักงาน ก.ล.ต.: กำกับดูแลตลาดทุนและการลงโทษตาม SEA
- ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET): มีบทบาทสำคัญในทางปฏิบัติ เช่น การพักการซื้อขายและวินัยการจดทะเบียน
กฎหมายอ่อน (Soft Law) และแนวปฏิบัติ
- Corporate Governance Code for Listed Companies 2017 (CG Code): กรอบแนวปฏิบัติสำคัญด้านธรรมาภิบาลสำหรับบริษัทจดทะเบียน
- SEC One Report Manual (แบบ 56-1 One Report): ข้อกำหนดขั้นต่ำและแนวทางปฏิบัติในการเปิดเผยข้อมูล รวมถึงธรรมาภิบาล ระบบควบคุมภายใน และธุรกรรมที่เกี่ยวโยงกัน
หน้าที่ตามกฎหมายและมาตรฐานความระมัดระวัง
สถานะและอำนาจของกรรมการ (บริษัทจำกัด)
กรรมการเป็นผู้จัดการกิจการของบริษัทตามข้อบังคับ แต่ต้องอยู่ภายใต้อำนาจสูงสุดของที่ประชุมผู้ถือหุ้น การฝ่าฝืนมติผู้ถือหุ้นหรือบทบัญญัติกฎหมายอาจก่อให้เกิดความรับผิด
หน้าที่ความระมัดระวังและความสามารถ
- บริษัทจำกัด: ต้องใช้ความระมัดระวังเสมือนพ่อค้าผู้รอบคอบ
- บริษัทมหาชนจำกัด: มาตรา 85 กำหนดให้ปฏิบัติตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับ ด้วยความซื่อสัตย์และระมัดระวัง
- บริษัทจดทะเบียน: มาตรา 89/7 กำหนดความรับผิด ความระมัดระวัง และความซื่อสัตย์; มาตรา 89/8 กำหนด Safe Harbor หากกรรมการตัดสินใจโดยสุจริต มีข้อมูลเพียงพอ และไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์
หน้าที่ความซื่อสัตย์ (Duty of Loyalty)
SEA มาตรา 89/10 กำหนดให้ปฏิบัติเพื่อประโยชน์สูงสุดของบริษัท และเพื่อวัตถุประสงค์ที่ชอบด้วยกฎหมาย
การหลีกเลี่ยงความขัดแย้งและการห้ามแข่งขัน
- บริษัทจำกัด: มาตรา 1168 ห้ามแข่งขันโดยไม่ได้รับความยินยอมจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น
- บริษัทมหาชนจำกัด: มาตรา 86 กำหนดข้อห้ามลักษณะคล้ายกัน
- บริษัทจดทะเบียน: มาตรา 89/11 กำหนดข้อสันนิษฐานกรณีความขัดแย้ง เช่น การใช้ข้อมูลภายใน
ธุรกรรมกับตนเอง/ธุรกรรมที่เกี่ยวโยงกัน
- บริษัทมหาชน: มาตรา 87 ธุรกรรมกับกรรมการต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ
- บริษัทจดทะเบียน: มาตรา 89/12 โดยหลักต้องได้รับความเห็นชอบจากผู้ถือหุ้น เว้นแต่เข้าเกณฑ์ข้อยกเว้น
ความรับผิด บทลงโทษ และการบังคับใช้
ตารางเปรียบเทียบเส้นทางความรับผิด
| ประเภทความรับผิด/มาตรการ | ตัวกระตุ้น (Trigger) โดยทั่วไป | ผู้มีสิทธิเรียกร้อง/ผู้บังคับใช้ | ผลทางกฎหมาย/แนวทางเยียวยา (ตัวอย่าง) | ฐานกฎหมายหลัก |
|---|---|---|---|---|
| ความรับผิดทางแพ่งของกรรมการ (บริษัทจำกัด) | ฝ่าฝืนหน้าที่จนบริษัทเสียหาย (รวมถึงมาตรฐานความระมัดระวัง/ห้ามแข่งขัน/หน้าที่ด้านทุนและบัญชี/เงินปันผล) | บริษัท; ผู้ถือหุ้นฟ้องแทนบริษัท; ในบางส่วนเจ้าหนี้ใช้สิทธิแทนบริษัทได้ | ค่าสินไหมทดแทน; การเรียกคืนผลประโยชน์โดยทางอ้อม | ป.พ.พ. มาตรา 1168–1170 |
| ความรับผิดทางแพ่งของกรรมการ (บริษัทมหาชน) | ฝ่าฝืนมาตรา 85 หรือฝ่าฝืนข้อห้ามแข่งขันมาตรา 86 | บริษัท; ผู้ถือหุ้น ≥ 5% ใช้สิทธิเรียกร้อง/ฟ้องแทนบริษัท; ขอคำสั่งห้ามได้ | ค่าสินไหมทดแทน; คำสั่งระงับ/หยุดการกระทำ (Stop Order); บางกรณีอาจขอให้ศาลพิจารณาถอดถอน | พ.ร.บ.บริษัทมหาชนฯ มาตรา 85–87 |
| ความรับผิดด้านตลาดทุน (บริษัทจดทะเบียน) | ฝ่าฝืนหน้าที่ตามมาตรา 89/7 เป็นต้นไป; ความขัดแย้ง/ธุรกรรมเกี่ยวโยง/การเปิดเผยข้อมูล | ก.ล.ต. (กำกับดูแล); พนักงานสอบสวน/อัยการ (อาญา); ทางแพ่งตามกรณี | ค่าปรับทางแพ่ง/มาตรการกำกับ; โทษอาญา; มาตรการเสริม เช่น ห้ามดำรงตำแหน่ง | SEA มาตรา 89/7–89/17; มาตรา 281/… |
| ความรับผิดทางอาญาแบบ “Representative” | นิติบุคคลกระทำผิดจากคำสั่ง/การกระทำ/การละเลยของกรรมการหรือผู้รับผิดชอบ | การดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายเฉพาะ | โทษส่วนตัว (มักเป็นจำคุกและ/หรือปรับ) เพิ่มเติมจากโทษของนิติบุคคล | บทแก้ไขตาม พ.ศ. 2560 ในกฎหมายหลายฉบับ |
| ความเสี่ยงในล้มละลาย/ฟื้นฟูกิจการ | ทำธุรกรรมฝ่าฝืนข้อจำกัดในช่วงฟื้นฟู; ธุรกรรมที่เพิกถอนได้/เป็นโมฆะ | ศาลล้มละลาย/กระบวนการล้มละลาย; ผู้ทำแผน/เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ | โมฆะ/เพิกถอน; ผลด้านความรับผิดและชื่อเสียง | พ.ร.บ.ล้มละลาย มาตรา 90/12 (ตามแนวคำพิพากษา) |
| การเจาะทะลุนิติบุคคล (Piercing the corporate veil) | ใช้นิติบุคคลโดยมิชอบ (ปะปนทรัพย์สิน/หลีกเลี่ยง/หลอกลวง) | ผู้เสียหาย/เจ้าหนี้; ศาล | ให้กรรมการ/ผู้ควบคุมรับผิดเป็นการส่วนตัว | แนวคำพิพากษาศาลฎีกา 2561/2563 |
ความรับผิดทางแพ่ง: กลไกและสิทธิของผู้ถือหุ้น/เจ้าหนี้
บริษัทจำกัด: มาตรา 1169 วางกลไกสามชั้น (1) บริษัทฟ้องกรรมการเพื่อเรียกค่าเสียหาย (2) หากบริษัทไม่ฟ้อง ผู้ถือหุ้นสามารถฟ้องแทนบริษัท (Derivative Plaintiff) (3) เจ้าหนี้สามารถใช้สิทธิแทนบริษัท “ภายในวงเงิน” ของสิทธิเรียกร้องที่ยังค้างอยู่ได้ นอกจากนี้ มาตรา 1170 วางหลักการปลดความรับผิด/ให้สัตยาบัน: เมื่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นอนุมัติการกระทำของกรรมการแล้ว ความรับผิดอาจสิ้นสุดต่อผู้ถือหุ้นที่ยินยอมและต่อบริษัท โดยผู้ถือหุ้นที่ไม่ยินยอมจะถูกจำกัดเวลาอย่างเข้มงวด (กรอบเวลา 6 เดือน)
บริษัทมหาชน: มาตรา 85 กำหนดสิทธิของ (i) บริษัทในการเรียกค่าเสียหาย (ii) ผู้ถือหุ้นอย่างน้อย 5% ในการร้องขอให้บริษัทดำเนินคดี และ (iii) หากบริษัทนิ่งเฉย ผู้ถือหุ้นสามารถฟ้องแทนบริษัทได้ อีกทั้งมาตรา 85 เปิดทางให้ขอคำสั่งศาลเพื่อ “หยุด” การกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหาย และในบางกรณีอาจยื่นคำร้องให้ถอดถอนกรรมการ
ความรับผิดทางอาญาและกรอบโทษโดยทั่วไป
SEA: มีบทกำหนดโทษเฉพาะหลายมาตรา มาตรา 281/2 ลงโทษการฝ่าฝืนหน้าที่ตามมาตรา 89/7 หากก่อให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทหรือก่อให้เกิดประโยชน์โดยมิชอบ: โทษปรับไม่เกินจำนวนความเสียหาย/ประโยชน์โดยมิชอบ และมีเกณฑ์ขั้นต่ำบางส่วน; หากเป็นการกระทำโดยทุจริต อาจมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปีและเพิ่มโทษปรับ นอกจากนี้ มาตรา 281/10 ลงโทษการให้ข้อมูลเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญในเอกสารที่ต้องส่งต่อ ก.ล.ต./ตลาด/ผู้ถือหุ้น
มาตรการทางปกครองและการกำกับดูแล (ตัวอย่าง)
ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งรวมถึงการชำระเงินและการสั่งห้ามดำรงตำแหน่ง: ตัวอย่างคดีเกี่ยวกับการปั่นหุ้น (STAR) มีการกำหนดภาระชำระเงินรวม 65,170,068 บาท พร้อมคำสั่งห้ามซื้อขายและห้ามดำรงตำแหน่งกรรมการ/ผู้บริหารต่อบุคคลจำนวนมาก และใน FY 2567 (2024) มีรายงานสาธารณะ 15 คดีอาญาและ 10 คดีลงโทษทางแพ่ง รวมยอดชำระแก่รัฐ 696 ล้านบาท
แนวคำพิพากษาศาลฎีกาที่สำคัญ และพัฒนาการ
- ฎีกา 5653/2557 (2014): มาตรา 85 เป็นบทบัญญัติให้สิทธิเรียกร้อง (ค่าเสียหาย/ขอระงับการกระทำ) ไม่ใช่บทกำหนดโทษอาญา
- ฎีกา 3193/2558 (2015): ป.พ.พ. มาตรา 1169 ใช้สำหรับ Derivative Action เพื่อเรียกค่าเสียหาย “แทนบริษัท” เท่านั้น
- ฎีกา 4661/2562 (2019): ขอบเขต Derivative Action ไม่ใช่เครื่องมือฟ้องร้องบุคคลภายนอกทั่วไปที่มิใช่กรรมการ
- ฎีกา 19798/2557 (2014): ฟื้นฟูกิจการ: การจำกัดการทำธุรกรรมตามมาตรา 90/12 ฝ่าฝืนแล้วอาจเป็นโมฆะ
- ฎีกา 2561/2563 (2020): เจาะทะลุนิติบุคคลเมื่อมีการใช้บริษัทเป็นเครื่องมือหรือมีการปะปนทรัพย์สิน
- ฎีกา 2359/2567 (2024): การฝ่าฝืนข้อห้ามแข่งขันโดยทั่วไปนำไปสู่ค่าสินไหมทดแทนเป็นหลัก มากกว่ามาตรการโครงสร้าง
แนวปฏิบัติด้าน Compliance และการลดความเสี่ยง
ปัจจัยเสี่ยงหลักและจุดควบคุม (Best-Practice)
- ธุรกรรมที่เกี่ยวโยงกัน/ความขัดแย้งทางผลประโยชน์: เป็นพื้นที่ความเสี่ยงอันดับต้น โดยเฉพาะเมื่อมีการถือหุ้นไขว้ ความเกี่ยวข้องในเครือ หรือมีกรรมการเกี่ยวข้องโดยตรง/โดยอ้อม
- เอกสารและกระบวนการประชุมคณะกรรมการ: การบันทึกมติ เหตุผล ข้อมูลที่ใช้ประกอบการตัดสินใจ และการงดออกเสียงเมื่อมีผลประโยชน์ทับซ้อน เป็นหัวใจของการป้องกันความรับผิด
- ระบบควบคุมภายในและบริหารความเสี่ยง (มาตรฐานบริษัทจดทะเบียน): CG Code เน้นให้บอร์ดกำกับ Risk/Internal Control และความถูกต้องของงบการเงิน/การเปิดเผยข้อมูล
- One Report: ต้องมีคุณภาพ ชัดเจน ไม่ทำให้เข้าใจผิด และควรผ่านการตรวจทานโดยคณะกรรมการก่อนยื่น
- Early Warning ในภาวะวิกฤต/ใกล้ล้มละลาย: กำหนดตัวชี้วัด วางแผนสภาพคล่อง และตรวจสอบข้อจำกัดในช่วงฟื้นฟูเพื่อหลีกเลี่ยงธุรกรรมเป็นโมฆะ/เพิกถอนได้
เช็กลิสต์สำหรับกรรมการ
เช็กลิสต์ “หน้าที่ตามกฎหมาย – บริษัทจำกัด (ป.พ.พ.)” (สรุปย่อ)
- ยึดมาตรฐาน “พ่อค้าผู้รอบคอบ” (บันทึกข้อมูลที่ใช้ตัดสินใจ ทางเลือก ความเสี่ยง และเหตุผล)
- ตรวจสอบว่าการชำระทุน/ค่าหุ้นเป็น “การชำระจริง” (มีหลักฐานที่ตรวจสอบได้)
- จัดทำบัญชีและเอกสารบริษัทให้ถูกต้องตามกฎหมาย
- จ่ายเงินปันผลเฉพาะเมื่อชอบด้วยกฎหมาย (คำนึงถึงการรักษาทุนและเกณฑ์การจ่าย)
- หลีกเลี่ยงการแข่งขัน/ทำธุรกิจแข่งขันโดยไม่ขออนุมัติที่ประชุมผู้ถือหุ้น
- จัดประชุมสามัญประจำปีอย่างน้อยปีละครั้ง และหากขาดทุนถึงครึ่งหนึ่งของทุน ต้องเรียกประชุมวิสามัญ “โดยทันที” เพื่อแจ้งให้ทราบ
เช็กลิสต์ “บริษัทมหาชนจำกัด (พ.ร.บ.บริษัทมหาชนฯ)” (สรุปย่อ)
- มาตรา 85: ปฏิบัติตามกฎหมาย/วัตถุประสงค์/ข้อบังคับ/มติผู้ถือหุ้น ด้วยความซื่อสัตย์และระมัดระวัง เพื่อประโยชน์ของบริษัท
- มาตรา 86: ห้ามแข่งขัน และต้องเปิดเผยก่อนการแต่งตั้ง รวมถึงติดตามกรอบเวลา/อายุความของสิทธิเรียกร้อง
- มาตรา 87–88: ธุรกรรมกับตนเองต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ และต้องรายงานผลประโยชน์/การถือหุ้นตามข้อกำหนด
- กระบวนการป้องกัน: ทำบันทึกการประชุมให้ครบถ้วน และกำหนดกติกาการงดออกเสียงเมื่อมีผลประโยชน์ทับซ้อน
เช็กลิสต์ “บริษัทจดทะเบียน (SEA/SEC)” (สรุปย่อ)
- มาตรา 89/7–89/10: care/loyalty/proper purpose; จัดทำหลักฐานกระบวนการ BJR (สุจริต มีข้อมูลเพียงพอ ไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน และเพื่อประโยชน์บริษัท)
- มาตรา 89/11–89/12: ตรวจสอบธุรกรรมที่เกี่ยวโยงกัน (เกณฑ์ ordinary course/arm’s length/threshold) และขอมติผู้ถือหุ้นเมื่อจำเป็น
- มาตรา 89/14–89/17: รายงานผลประโยชน์ส่วนตน/ระบบเลขานุการบริษัท/การจัดเก็บเอกสารและระบบบันทึก
- One Report: เปิดเผยข้อมูลขั้นต่ำ ต้องชัดเจน ไม่ทำให้เข้าใจผิด และควรผ่านการตรวจทานโดยบอร์ดก่อนยื่น
- ตระหนักถึงโทษและแนวทางบังคับใช้: โทษอาญา/แพ่ง และความเป็นไปได้ของมาตรการห้ามดำรงตำแหน่ง
การชดใช้ (Indemnification) และประกันภัย D&O
การจัดทำข้อตกลงชดใช้และประกันภัย D&O ต้องออกแบบให้สอดคล้องกับกฎหมายไทย และไม่ถูกตีความว่าเป็นการ “ยกเว้นความรับผิด” สำหรับการกระทำโดยเจตนา/ทุจริต โดยควรกำหนดข้อยกเว้น เช่น การฉ้อโกง การได้ประโยชน์โดยมิชอบ และการกระทำผิดกฎหมายที่พิสูจน์แล้ว พร้อมกระบวนการอนุมัติที่ป้องกันความขัดแย้ง (ไม่ให้กรรมการผู้มีส่วนได้เสียร่วมตัดสินใจเรื่องชดใช้) และสำหรับบริษัทจดทะเบียน ต้องพิจารณาข้อกำหนดการเปิดเผยข้อมูลและการเก็บบันทึกตามแนวทางของ ก.ล.ต.
แหล่งข้อมูลหลัก
- ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (บรรพ 3 หุ้นส่วนและบริษัท)
- พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535
- พระราชบัญญัติหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (ฉบับประมวล)
- คู่มือ One Report (แบบ 56-1) ของสำนักงาน ก.ล.ต.
- พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับความรับผิดของผู้แทน พ.ศ. 2560
- กฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับหุ้นส่วนและบริษัทจำกัด


